จุดคุ้มทุนร้านกาแฟ คำนวณยังไง ขายกี่แก้วถึงเท่าทุน
จุดคุ้มทุนร้านกาแฟคำนวณจากค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน หารด้วยกำไรต่อแก้ว ร้านขนาดเล็กที่มีค่าใช้จ่ายคงที่ราว 38,000 บาทต่อเดือน และมีกำไรต่อแก้ว 35 บาท ต้องขายให้ได้ประมาณ 1,090 แก้วต่อเดือน หรือ 36 แก้วต่อวัน ถึงจะเท่าทุนพอดี
สูตรจุดคุ้มทุน ใช้ยังไง
จุดคุ้มทุนคือจำนวนแก้วที่ทำให้เงินเข้าพอดีกับเงินออก ไม่กำไรไม่ขาดทุน คำนวณได้ด้วยการเอาค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือนหารด้วยกำไรต่อแก้ว โดยกำไรต่อแก้วคือราคาขายลบต้นทุนวัตถุดิบ ไม่ใช่ราคาขายทั้งก้อน
สิ่งสำคัญคือแยกให้ออกระหว่างค่าใช้จ่ายสองประเภท ค่าใช้จ่ายคงที่คือจ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะขายได้กี่แก้ว เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ค่าเน็ต ส่วนค่าใช้จ่ายผันแปรคือจ่ายตามจำนวนที่ขาย เช่น เมล็ดกาแฟ นม แก้ว ซึ่งอยู่ในต้นทุนต่อแก้วไปแล้ว ถ้าเอาสองอย่างมาปนกัน ตัวเลขจุดคุ้มทุนจะผิดทันที
ตัวอย่างร้านจริง 1 ร้าน แจกแจงทุกบรรทัด
ร้านกาแฟห้องแถวขนาด 1 คูหา ในทำเลชุมชน มีเจ้าของยืนชงเองและลูกจ้างพาร์ตไทม์ 1 คน เปิด 30 วันต่อเดือน ตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติของร้านลักษณะนี้
| ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน | บาท |
|---|---|
| ค่าเช่าที่ + ส่วนกลาง | 18,000 |
| ลูกจ้าง 1 คน (400 × 26 วัน) | 10,400 |
| ประกันสังคมส่วนนายจ้าง (5%) | 520 |
| ค่าไฟ (เครื่องชง ตู้แช่ แอร์) | 5,200 |
| ค่าน้ำ + อินเทอร์เน็ต | 1,100 |
| ค่าเสื่อมเครื่องชง (120,000 ÷ 5 ปี) | 2,000 |
| เบ็ดเตล็ด (ของใช้ ซ่อมบำรุง) | 1,000 |
| รวมค่าใช้จ่ายคงที่ | 38,220 |
ร้านนี้มีราคาขายเฉลี่ยต่อแก้ว 55 บาท และต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ย 20 บาท เท่ากับกำไรต่อแก้ว 35 บาท คำนวณจุดคุ้มทุนได้ 38,220 ÷ 35 = 1,092 แก้วต่อเดือน หรือ 36–37 แก้วต่อวัน ถ้าวันไหนขายได้ 60 แก้ว ส่วนที่เกินมา 24 แก้วคือกำไรจริง 24 × 35 = 840 บาทของวันนั้น
ขยับตัวเลขไหน ช่วยได้มากที่สุด
- ขึ้นราคา 5 บาท — กำไรต่อแก้วเป็น 40 บาท จุดคุ้มทุนลดเหลือ 956 แก้ว หรือ 32 แก้วต่อวัน นี่คือปุ่มที่แรงที่สุดและคนกล้าใช้น้อยที่สุด
- ลดต้นทุนวัตถุดิบ 2 บาท — กำไรต่อแก้วเป็น 37 บาท จุดคุ้มทุนลดเหลือ 1,033 แก้ว ช่วยได้แต่น้อยกว่าการขึ้นราคา
- ย้ายไปที่เช่าถูกลง 5,000 บาท — จุดคุ้มทุนลดเหลือ 949 แก้ว แต่ต้องแลกกับทราฟฟิกที่อาจหายไปมากกว่านั้น
- เพิ่มเมนูขนมกำไรสูง — ถ้าลูกค้า 1 ใน 4 ซื้อขนมที่มีกำไร 25 บาทเพิ่ม จะช่วยลดจำนวนแก้วที่ต้องขายลงได้ราว 15% โดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่เลย
จุดคุ้มทุนที่รวมค่าแรงตัวเองแล้ว
ตัวเลข 36 แก้วต่อวันข้างบนยังไม่รวมค่าแรงเจ้าของร้าน แปลว่าถ้าคุณขายได้พอดี 36 แก้ว คุณทำงาน 10 ชั่วโมงต่อวันโดยได้เงินศูนย์บาท ถ้าใส่เงินเดือนตัวเองในอัตราที่ต้องจ่ายถ้าจ้างคนอื่นมาแทน เช่น 20,000 บาทต่อเดือน ตัวเลขจะเปลี่ยนไปทันที
ความต่างระหว่าง 36 กับ 55 แก้วต่อวันคือเส้นแบ่งระหว่าง "ร้านที่อยู่ได้" กับ "ร้านที่เลี้ยงคุณได้" หลายร้านค้างอยู่ตรงกลางระหว่างสองเส้นนี้เป็นปี โดยเข้าใจว่ากิจการไปได้ดีเพราะเงินในลิ้นชักไม่เคยติดลบ ทั้งที่จริงคือกำลังทำงานฟรีอยู่
อีกเรื่องที่ควรดูควบคู่กันคือการกระจายยอดขายในสัปดาห์ ร้านส่วนใหญ่ขายวันเสาร์อาทิตย์ได้มากกว่าวันธรรมดา 40–60% ถ้าค่าเฉลี่ยทั้งเดือนอยู่ที่ 55 แก้วต่อวัน แปลว่าวันธรรมดาอาจอยู่แค่ 45 แก้ว ซึ่งต่ำกว่าจุดคุ้มทุนแบบรวมค่าแรงตัวเอง กรณีแบบนี้การลดวันเปิดหรือลดชั่วโมงเปิดในวันที่เงียบที่สุด มักช่วยกำไรได้มากกว่าการพยายามดันยอดขายขึ้นอีก
คำถามที่พบบ่อย
จุดคุ้มทุนกับคืนทุนต่างกันยังไง
จุดคุ้มทุนคือจุดที่รายเดือนไม่ขาดทุน ส่วนคืนทุนคือการเก็บกำไรสะสมจนครบเงินลงทุนก้อนแรกที่ใส่ไปตอนเปิดร้าน ร้านที่ผ่านจุดคุ้มทุนแล้วอาจยังไม่คืนทุนอีกหลายเดือน
ควรคำนวณจุดคุ้มทุนบ่อยแค่ไหน
ทุก 3 เดือน หรือทุกครั้งที่มีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เปลี่ยน เช่น ขึ้นค่าเช่า จ้างคนเพิ่ม หรือราคาวัตถุดิบขยับเกิน 10% เพราะตัวเลขเดิมจะกลายเป็นตัวเลขที่ทำให้คุณสบายใจเกินจริง
ถ้าร้านมีหลายเมนูราคาไม่เท่ากัน คำนวณยังไง
ใช้ราคาขายเฉลี่ยและต้นทุนเฉลี่ยต่อบิลแทน โดยเอายอดขายรวมของเดือนก่อนหารจำนวนบิล และเอาต้นทุนวัตถุดิบรวมหารจำนวนบิลเช่นกัน จะได้กำไรเฉลี่ยต่อบิลไปใช้ในสูตรได้เลย