Calmoo เปิดแอป
เกี่ยวกับ Calmoo · เปิดแอป · บทความ · เปิดร้านชานมไข่มุก ใช้เงินเท่าไหร่

เปิดร้านชานมไข่มุก ใช้เงินเท่าไหร่

ทีม Calmoo · อัปเดต 2026-08-04 · อ่าน 6 นาที

เปิดร้านชานมไข่มุกแบบคีออสก์เล็กใช้เงินลงทุนก้อนแรกประมาณ 150,000–250,000 บาท ส่วนแบบมีหน้าร้านนั่งได้จะอยู่ที่ 300,000–500,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายคงที่รายเดือนอีกราว 30,000–45,000 บาท ที่ต้องขายให้ได้ประมาณ 35–50 แก้วต่อวันถึงจะเท่าทุน

เงินลงทุนก้อนแรก ต้องเตรียมเท่าไหร่

เงินลงทุนก้อนแรกของร้านชานมไข่มุกขนาดคีออสก์อยู่ที่ประมาณ 150,000–250,000 บาท โดยก้อนที่ใหญ่ที่สุดคือค่าตกแต่งกับเคาน์เตอร์ ไม่ใช่ค่าเครื่องมืออย่างที่หลายคนคิด ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงราคาประมาณการที่พบบ่อยในตลาด ให้ใช้เป็นโครงแล้วเอาใบเสนอราคาจริงของคุณมาแทน

รายการลงทุนก้อนแรกประมาณการ (บาท)
เครื่องซีลแก้วอัตโนมัติ15,000–25,000
ตู้แช่เย็น + เครื่องทำน้ำแข็ง25,000–40,000
เตา หม้อต้มไข่มุก อุปกรณ์ชงชา8,000–15,000
เคาน์เตอร์ ตกแต่ง งานระบบ50,000–120,000
ป้ายร้าน + เมนูบอร์ด8,000–20,000
เงินมัดจำพื้นที่ (2–3 เดือน)20,000–60,000
วัตถุดิบและแก้วล็อตแรก12,000–20,000
รวมโดยประมาณ138,000–300,000

นอกจากนี้ควรกันเงินสำรองไว้อีกอย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือราว 100,000 บาท เพราะเดือนแรกๆ ยอดขายมักยังไม่นิ่ง ร้านที่ปิดตัวในปีแรกจำนวนมากไม่ได้ปิดเพราะขายไม่ได้ แต่ปิดเพราะเงินหมุนหมดก่อนที่ลูกค้าประจำจะก่อตัว

แยกกระเป๋าเงินลงทุนกับเงินหมุนออกจากกันตั้งแต่วันแรก และอย่าเอาเงินมัดจำร้านมารวมกับเงินซื้อวัตถุดิบในบัญชีเดียว เพราะพอตัวเลขปนกัน คุณจะแยกไม่ออกว่ากำลังกำไรหรือกำลังกินเงินลงทุนตัวเองอยู่

ค่าใช้จ่ายรายเดือน มีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายรายเดือนของร้านคีออสก์ 1 คนขายอยู่ที่ประมาณ 30,000–35,000 บาท ตัวอย่างสมมติของร้านในทำเลชุมชนที่มีลูกจ้าง 1 คน

ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน (ตัวอย่างสมมติ)
ค่าเช่าพื้นที่12,000
ลูกจ้าง 1 คน (400 บาท × 26 วัน)10,400
ค่าไฟ + ค่าน้ำ4,500
ค่าเสื่อมอุปกรณ์ (200,000 ÷ 5 ปี)3,333
อินเทอร์เน็ต ค่าธรรมเนียม เบ็ดเตล็ด1,500
รวมต่อเดือน31,733

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างที่มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 337–400 บาทต่อวันแล้วแต่พื้นที่ โดยกรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และเกาะสมุย อยู่ที่ 400 บาทต่อวัน ตัวอย่างข้างบนใช้อัตรา 400 บาท ถ้าร้านคุณอยู่ต่างจังหวัดตัวเลขนี้จะลดลงประมาณ 1,500–1,600 บาทต่อเดือน

ต้องขายกี่แก้วต่อวันถึงจะคุ้ม

จำนวนแก้วที่ต้องขายต่อเดือน = ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ÷ กำไรต่อแก้ว

ตัวเลข 36 แก้วต่อวันฟังดูไม่เยอะ แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือจุดที่ "ไม่ขาดทุน" เท่านั้น ยังไม่ใช่จุดที่คุณมีรายได้ ถ้าคุณยืนขายเองและอยากได้เงินเดือนตัวเอง 15,000 บาท ต้องเอา 15,000 ไปบวกในค่าใช้จ่ายคงที่ก่อน จุดคุ้มทุนจะขยับเป็น 1,558 แก้วต่อเดือน หรือ 52 แก้วต่อวันทันที

ค่าใช้จ่ายที่คนทำงบเปิดร้านมักลืม

งบที่ทำกันส่วนใหญ่ครอบคลุมเครื่องมือกับการตกแต่งได้ครบ แต่มักตกหล่นค่าใช้จ่ายกลุ่มเล็กๆ ที่รวมกันแล้วเป็นหลักหมื่นบาทต่อเดือน

เวลาทำงบ ให้ใส่ทุกบรรทัดข้างบนลงไปตั้งแต่แรก แล้วบวกเผื่อความคลาดเคลื่อนอีก 15% ของยอดรวม ถ้าตัวเลขที่ได้ยังทำให้ร้านไปต่อได้ แผนนั้นถึงจะเรียกว่าปลอดภัยพอจะลงมือ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ร้านใหม่เจ็บที่สุดคือใช้เงินกับการตกแต่งจนหมด แล้วเหลือเงินหมุนไม่ถึงสองเดือน ร้านสวยแต่ไม่มีเงินซื้อวัตถุดิบล็อตถัดไป หรือไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเดือนที่ยอดขายตก ให้ตั้งงบตกแต่งไม่เกิน 40% ของเงินก้อนทั้งหมด แล้วกันที่เหลือไว้เป็นเงินหมุน

คำถามที่พบบ่อย

เปิดร้านชานมไข่มุกแบบรถเข็นใช้เงินเท่าไหร่

รถเข็นหรือบูธในตลาดใช้เงินน้อยกว่ามาก ประมาณ 60,000–120,000 บาท เพราะไม่มีค่าตกแต่งและค่ามัดจำก้อนใหญ่ แต่ต้องแลกกับพื้นที่เก็บของที่จำกัดและยอดขายที่ผูกกับช่วงเวลาเปิดตลาด

ซื้อแฟรนไชส์กับเปิดเองแบบไหนคุ้มกว่า

แฟรนไชส์จ่ายค่าแรกเข้าและมักถูกกำหนดให้ซื้อวัตถุดิบจากบริษัท ทำให้ต้นทุนต่อแก้วสูงกว่าเปิดเอง แต่แลกกับสูตร แบรนด์ และระบบที่พร้อมใช้ วิธีเทียบที่ตรงที่สุดคือคำนวณกำไรต่อแก้วของทั้งสองแบบ แล้วดูว่าต้องขายกี่แก้วต่อวันถึงคุ้ม

ควรเตรียมเงินสำรองไว้กี่เดือน

อย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่ายคงที่ ถ้าเป็นทำเลใหม่ที่ยังไม่มีคนรู้จักควรเตรียม 6 เดือน เพราะโดยทั่วไปยอดขายจะเริ่มนิ่งหลังเปิดไปแล้ว 3–4 เดือน

อยากรู้ต้นทุนเมนูของร้านคุณจริงๆ?
ใส่วัตถุดิบ กดครั้งเดียว รู้กำไรต่อแก้วและราคาที่ควรตั้ง — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร
ดู Calmoo ทำอะไรได้บ้าง →