เปิดร้านชานมไข่มุก ใช้เงินเท่าไหร่
เปิดร้านชานมไข่มุกแบบคีออสก์เล็กใช้เงินลงทุนก้อนแรกประมาณ 150,000–250,000 บาท ส่วนแบบมีหน้าร้านนั่งได้จะอยู่ที่ 300,000–500,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายคงที่รายเดือนอีกราว 30,000–45,000 บาท ที่ต้องขายให้ได้ประมาณ 35–50 แก้วต่อวันถึงจะเท่าทุน
เงินลงทุนก้อนแรก ต้องเตรียมเท่าไหร่
เงินลงทุนก้อนแรกของร้านชานมไข่มุกขนาดคีออสก์อยู่ที่ประมาณ 150,000–250,000 บาท โดยก้อนที่ใหญ่ที่สุดคือค่าตกแต่งกับเคาน์เตอร์ ไม่ใช่ค่าเครื่องมืออย่างที่หลายคนคิด ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงราคาประมาณการที่พบบ่อยในตลาด ให้ใช้เป็นโครงแล้วเอาใบเสนอราคาจริงของคุณมาแทน
| รายการลงทุนก้อนแรก | ประมาณการ (บาท) |
|---|---|
| เครื่องซีลแก้วอัตโนมัติ | 15,000–25,000 |
| ตู้แช่เย็น + เครื่องทำน้ำแข็ง | 25,000–40,000 |
| เตา หม้อต้มไข่มุก อุปกรณ์ชงชา | 8,000–15,000 |
| เคาน์เตอร์ ตกแต่ง งานระบบ | 50,000–120,000 |
| ป้ายร้าน + เมนูบอร์ด | 8,000–20,000 |
| เงินมัดจำพื้นที่ (2–3 เดือน) | 20,000–60,000 |
| วัตถุดิบและแก้วล็อตแรก | 12,000–20,000 |
| รวมโดยประมาณ | 138,000–300,000 |
นอกจากนี้ควรกันเงินสำรองไว้อีกอย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือราว 100,000 บาท เพราะเดือนแรกๆ ยอดขายมักยังไม่นิ่ง ร้านที่ปิดตัวในปีแรกจำนวนมากไม่ได้ปิดเพราะขายไม่ได้ แต่ปิดเพราะเงินหมุนหมดก่อนที่ลูกค้าประจำจะก่อตัว
ค่าใช้จ่ายรายเดือน มีอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายรายเดือนของร้านคีออสก์ 1 คนขายอยู่ที่ประมาณ 30,000–35,000 บาท ตัวอย่างสมมติของร้านในทำเลชุมชนที่มีลูกจ้าง 1 คน
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างที่มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 337–400 บาทต่อวันแล้วแต่พื้นที่ โดยกรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และเกาะสมุย อยู่ที่ 400 บาทต่อวัน ตัวอย่างข้างบนใช้อัตรา 400 บาท ถ้าร้านคุณอยู่ต่างจังหวัดตัวเลขนี้จะลดลงประมาณ 1,500–1,600 บาทต่อเดือน
ต้องขายกี่แก้วต่อวันถึงจะคุ้ม
- กำไรต่อแก้ว — ชานมไข่มุกแก้ว 22 ออนซ์ ต้นทุนวัตถุดิบราว 15 บาท ขาย 45 บาท เหลือกำไรต่อแก้ว 30 บาท
- จุดคุ้มทุนต่อเดือน — 31,733 ÷ 30 = 1,058 แก้ว
- ต่อวัน — เปิด 30 วัน เท่ากับ 36 แก้วต่อวัน หรือประมาณชั่วโมงละ 3–4 แก้วถ้าเปิด 10 ชั่วโมง
- คืนทุนเมื่อไหร่ — ถ้าลงทุนไป 250,000 บาท และขายได้วันละ 70 แก้ว จะเหลือกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายคงที่ราวเดือนละ 31,000 บาท เท่ากับคืนทุนประมาณ 8 เดือน
ตัวเลข 36 แก้วต่อวันฟังดูไม่เยอะ แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือจุดที่ "ไม่ขาดทุน" เท่านั้น ยังไม่ใช่จุดที่คุณมีรายได้ ถ้าคุณยืนขายเองและอยากได้เงินเดือนตัวเอง 15,000 บาท ต้องเอา 15,000 ไปบวกในค่าใช้จ่ายคงที่ก่อน จุดคุ้มทุนจะขยับเป็น 1,558 แก้วต่อเดือน หรือ 52 แก้วต่อวันทันที
ค่าใช้จ่ายที่คนทำงบเปิดร้านมักลืม
งบที่ทำกันส่วนใหญ่ครอบคลุมเครื่องมือกับการตกแต่งได้ครบ แต่มักตกหล่นค่าใช้จ่ายกลุ่มเล็กๆ ที่รวมกันแล้วเป็นหลักหมื่นบาทต่อเดือน
- ค่าธรรมเนียมรับเงิน — ถ้ารับบัตรหรือ e-wallet จะโดนหักราว 1.5–3% ของยอด ยอดขายเดือนละ 90,000 บาทที่รับบัตรครึ่งหนึ่ง คือหายไปราว 900–1,300 บาท
- ค่าแก๊สและน้ำแข็ง — ต้มไข่มุกวันละรอบใช้แก๊สเดือนละ 1–2 ถัง และร้านที่ไม่มีเครื่องทำน้ำแข็งต้องซื้อวันละ 2–3 กระสอบ ตกเดือนละ 5,000–8,000 บาท
- ไข่มุกที่ต้องทิ้ง — ไข่มุกที่ต้มแล้วเก็บได้แค่ 4–6 ชั่วโมง วันที่ขายไม่ดีต้องทิ้งทั้งหม้อ เผื่อของเสียไว้ 5–8% ของต้นทุนวัตถุดิบเสมอ
- ค่าโปรโมชันช่วงเปิดร้าน — โปรซื้อ 1 แถม 1 หรือแจกฟรีวันเปิด คือต้นทุนจริงที่ต้องอยู่ในงบ ไม่ใช่ค่าการตลาดลอยๆ
- ค่าใบอนุญาตและป้าย — ค่าธรรมเนียมสถานที่จำหน่ายอาหารและภาษีป้าย จ่ายปีละครั้งแต่ต้องเฉลี่ยลงมาเป็นรายเดือน
เวลาทำงบ ให้ใส่ทุกบรรทัดข้างบนลงไปตั้งแต่แรก แล้วบวกเผื่อความคลาดเคลื่อนอีก 15% ของยอดรวม ถ้าตัวเลขที่ได้ยังทำให้ร้านไปต่อได้ แผนนั้นถึงจะเรียกว่าปลอดภัยพอจะลงมือ
คำถามที่พบบ่อย
เปิดร้านชานมไข่มุกแบบรถเข็นใช้เงินเท่าไหร่
รถเข็นหรือบูธในตลาดใช้เงินน้อยกว่ามาก ประมาณ 60,000–120,000 บาท เพราะไม่มีค่าตกแต่งและค่ามัดจำก้อนใหญ่ แต่ต้องแลกกับพื้นที่เก็บของที่จำกัดและยอดขายที่ผูกกับช่วงเวลาเปิดตลาด
ซื้อแฟรนไชส์กับเปิดเองแบบไหนคุ้มกว่า
แฟรนไชส์จ่ายค่าแรกเข้าและมักถูกกำหนดให้ซื้อวัตถุดิบจากบริษัท ทำให้ต้นทุนต่อแก้วสูงกว่าเปิดเอง แต่แลกกับสูตร แบรนด์ และระบบที่พร้อมใช้ วิธีเทียบที่ตรงที่สุดคือคำนวณกำไรต่อแก้วของทั้งสองแบบ แล้วดูว่าต้องขายกี่แก้วต่อวันถึงคุ้ม
ควรเตรียมเงินสำรองไว้กี่เดือน
อย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่ายคงที่ ถ้าเป็นทำเลใหม่ที่ยังไม่มีคนรู้จักควรเตรียม 6 เดือน เพราะโดยทั่วไปยอดขายจะเริ่มนิ่งหลังเปิดไปแล้ว 3–4 เดือน