Calmoo เปิดแอป
เกี่ยวกับ Calmoo · เปิดแอป · บทความ · VAT ร้านอาหาร ต้องจดทะเบียนเมื่อไหร่ คิดยังไง

VAT ร้านอาหาร ต้องจดทะเบียนเมื่อไหร่ คิดยังไง

ทีม Calmoo · อัปเดต 2026-08-04 · อ่าน 7 นาที

ร้านอาหารต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมีรายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยต้องยื่นคำขอภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ยอดนี้เท่ากับขายได้เฉลี่ยเดือนละ 150,000 บาท ซึ่งร้านกาแฟที่ขายวันละ 90 แก้วในราคา 55 บาทก็ถึงเกณฑ์แล้ว บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี กรณีของร้านคุณควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่

ต้องจดเมื่อไหร่ และยอด 1.8 ล้านนับยังไง

ตามประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ยอดที่นับคือรายรับทั้งหมดจากการขาย ไม่ใช่กำไร และเป็นบุคคลธรรมดาก็ต้องจดเช่นกัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะนิติบุคคล

รายรับสะสมในรอบปี > 1,800,000 บาท → ยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วัน
ยอดขายเฉลี่ยต่อวันต่อเดือนถึง 1.8 ล้านเมื่อไหร่
3,000 บาท90,000 บาทยังไม่ถึงใน 1 ปี (1.08 ล้าน)
4,200 บาท126,000 บาทเกินพอดีปลายปีที่ 1 (1.51 ล้าน) ยังไม่ถึง
5,000 บาท150,000 บาทเดือนที่ 12
7,000 บาท210,000 บาทเดือนที่ 9
10,000 บาท300,000 บาทเดือนที่ 6

สิ่งที่ร้านเล็กมักตกใจคือยอดนี้รวมทุกช่องทาง ทั้งหน้าร้าน เดลิเวอรี และออนไลน์ ร้านที่ขายผ่านแอปเยอะจะถึงเกณฑ์เร็วกว่าที่คิด เพราะยอดที่นับคือราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชีหลังหัก GP แล้ว ดังนั้นควรทำสรุปยอดขายสะสมทุกเดือน จะได้ไม่รู้ตัวช้าจนเลย 30 วันไปแล้ว

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับทำความเข้าใจภาพรวม ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เกณฑ์ ข้อยกเว้น และวิธีปฏิบัติมีรายละเอียดมากกว่านี้และเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือสอบถามสรรพากรพื้นที่โดยตรง

จด VAT แล้ว ราคาขายต้องเปลี่ยนไหม

ต้องคิดใหม่ เพราะเมื่อจดแล้ว ราคาที่เก็บจากลูกค้าจะถือว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ถ้าไม่ปรับราคา รายได้จริงของร้านจะลดลงทันทีตามอัตราภาษีที่ต้องนำส่ง

ราคารวม VAT = ราคาก่อน VAT × 1.07
ราคาก่อน VAT = ราคาที่เก็บลูกค้า ÷ 1.07
ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ
ลาเต้ขาย 55 บาท เมื่อจด VAT แล้ว
เก็บลูกค้าเท่าเดิม 55 บาท55.00
ส่วนที่เป็น VAT (55 ÷ 1.07 × 0.07)3.60
รายได้ของร้านจริง51.40
ถ้าอยากได้ 55 เท่าเดิม ต้องตั้ง59 บาท

จุดที่ช่วยได้คือภาษีซื้อ ของที่ซื้อจากซัพพลายเออร์ที่จดทะเบียนและออกใบกำกับภาษีให้ เช่น ห้างค้าส่งหรือโรงคั่วที่จด VAT คุณสามารถนำภาษีซื้อมาหักจากภาษีขายที่ต้องนำส่งได้ ร้านที่ซื้อวัตถุดิบจากตลาดสดเป็นหลักจะได้ประโยชน์ตรงนี้น้อย เพราะไม่มีใบกำกับภาษีมาหัก ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายร้านเปลี่ยนมาซื้อของจากห้างค้าส่งมากขึ้นหลังจดทะเบียน

สิ่งที่ต้องทำเพิ่มหลังจดทะเบียน

สำหรับร้านที่รายได้ใกล้เกณฑ์ อย่าใช้วิธีแบ่งยอดหรือเปิดหลายชื่อเพื่อเลี่ยง เพราะกรมสรรพากรมีข้อมูลจากหลายทาง ทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและแอปเดลิเวอรีที่มีหน้าที่ส่งข้อมูลรายได้ร้านค้า การวางแผนที่ปลอดภัยกว่าคือยอมรับว่าจะถึงเกณฑ์ แล้วเตรียมราคาขายกับระบบเอกสารไว้ล่วงหน้า

ความเสียหายที่หนักที่สุดของการไม่จดทั้งที่ถึงเกณฑ์แล้ว คือเมื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง คุณต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มของยอดขายที่ผ่านไปแล้ว ทั้งที่เก็บเงินส่วนนั้นจากลูกค้าไม่ได้อีก บวกเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย ยอดรวมที่ต้องจ่ายจึงมักสูงกว่ากำไรทั้งปีของร้านเล็ก และเป็นสาเหตุที่ทำให้ร้านที่กำลังไปได้ดีต้องปิดตัว

คำถามที่พบบ่อย

รายได้ 1.8 ล้าน นับจากยอดขายหรือกำไร

นับจากรายรับหรือยอดขายทั้งหมด ไม่ใช่กำไร ร้านที่มียอดขาย 2 ล้านบาทแต่กำไรแค่ 300,000 บาทก็เข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียน

ขายผ่านแอปเดลิเวอรี ยอดที่นับคือยอดก่อนหรือหลังหัก GP

โดยหลักคือมูลค่าที่ขายให้ลูกค้า ไม่ใช่ยอดสุทธิที่แพลตฟอร์มโอนเข้าบัญชีหลังหักค่าคอมมิชชันแล้ว รายละเอียดของแต่ละรูปแบบสัญญาอาจต่างกัน ควรให้ผู้ทำบัญชีดูสัญญากับแพลตฟอร์มของคุณโดยตรง

จด VAT แล้วต้องขึ้นราคา 7% ทุกเมนูไหม

ไม่จำเป็น คุณเลือกได้ว่าจะรับภาระส่วนนี้เองบางเมนูเพื่อรักษาราคาที่ลูกค้าคุ้นเคย หรือขึ้นเฉพาะเมนูที่กำไรบาง สิ่งที่ต้องทำคือคำนวณกำไรต่อจานใหม่หลังหัก VAT ก่อนตัดสินใจ

อยากรู้ต้นทุนเมนูของร้านคุณจริงๆ?
ใส่วัตถุดิบ กดครั้งเดียว รู้กำไรต่อแก้วและราคาที่ควรตั้ง — ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร
ดู Calmoo ทำอะไรได้บ้าง →