VAT ร้านอาหาร ต้องจดทะเบียนเมื่อไหร่ คิดยังไง
ร้านอาหารต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมีรายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยต้องยื่นคำขอภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ยอดนี้เท่ากับขายได้เฉลี่ยเดือนละ 150,000 บาท ซึ่งร้านกาแฟที่ขายวันละ 90 แก้วในราคา 55 บาทก็ถึงเกณฑ์แล้ว บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี กรณีของร้านคุณควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่
ต้องจดเมื่อไหร่ และยอด 1.8 ล้านนับยังไง
ตามประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ยอดที่นับคือรายรับทั้งหมดจากการขาย ไม่ใช่กำไร และเป็นบุคคลธรรมดาก็ต้องจดเช่นกัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะนิติบุคคล
| ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน | ต่อเดือน | ถึง 1.8 ล้านเมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| 3,000 บาท | 90,000 บาท | ยังไม่ถึงใน 1 ปี (1.08 ล้าน) |
| 4,200 บาท | 126,000 บาท | เกินพอดีปลายปีที่ 1 (1.51 ล้าน) ยังไม่ถึง |
| 5,000 บาท | 150,000 บาท | เดือนที่ 12 |
| 7,000 บาท | 210,000 บาท | เดือนที่ 9 |
| 10,000 บาท | 300,000 บาท | เดือนที่ 6 |
สิ่งที่ร้านเล็กมักตกใจคือยอดนี้รวมทุกช่องทาง ทั้งหน้าร้าน เดลิเวอรี และออนไลน์ ร้านที่ขายผ่านแอปเยอะจะถึงเกณฑ์เร็วกว่าที่คิด เพราะยอดที่นับคือราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชีหลังหัก GP แล้ว ดังนั้นควรทำสรุปยอดขายสะสมทุกเดือน จะได้ไม่รู้ตัวช้าจนเลย 30 วันไปแล้ว
จด VAT แล้ว ราคาขายต้องเปลี่ยนไหม
ต้องคิดใหม่ เพราะเมื่อจดแล้ว ราคาที่เก็บจากลูกค้าจะถือว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ถ้าไม่ปรับราคา รายได้จริงของร้านจะลดลงทันทีตามอัตราภาษีที่ต้องนำส่ง
ราคาก่อน VAT = ราคาที่เก็บลูกค้า ÷ 1.07
ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ
จุดที่ช่วยได้คือภาษีซื้อ ของที่ซื้อจากซัพพลายเออร์ที่จดทะเบียนและออกใบกำกับภาษีให้ เช่น ห้างค้าส่งหรือโรงคั่วที่จด VAT คุณสามารถนำภาษีซื้อมาหักจากภาษีขายที่ต้องนำส่งได้ ร้านที่ซื้อวัตถุดิบจากตลาดสดเป็นหลักจะได้ประโยชน์ตรงนี้น้อย เพราะไม่มีใบกำกับภาษีมาหัก ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายร้านเปลี่ยนมาซื้อของจากห้างค้าส่งมากขึ้นหลังจดทะเบียน
สิ่งที่ต้องทำเพิ่มหลังจดทะเบียน
- ออกใบกำกับภาษี — ต้องออกให้ลูกค้าทุกครั้งที่ขาย ร้านส่วนใหญ่จึงต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบ POS ที่ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้
- ยื่นแบบทุกเดือน — ยื่น ภ.พ.30 เป็นรายเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มีภาษีต้องชำระก็ยังต้องยื่น
- เก็บใบกำกับภาษีซื้อ — ทุกใบคือเงินที่หักออกจากภาษีที่ต้องนำส่งได้ การทำแฟ้มเก็บให้เป็นระบบคุ้มค่ากว่าที่คิดมาก
- ทบทวนราคาขายทั้งเมนู — ไม่จำเป็นต้องขึ้นทุกเมนู 7% เท่ากัน อาจขึ้นเฉพาะเมนูที่กำไรบางและคงราคาเมนูเรือธงไว้
- คุยกับผู้ทำบัญชีก่อนถึงเกณฑ์ — ไม่ใช่หลังเกินแล้ว เพราะบางกรณีการจดตั้งแต่เริ่มกิจการมีข้อดีเรื่องการขอคืนภาษีซื้อของอุปกรณ์
สำหรับร้านที่รายได้ใกล้เกณฑ์ อย่าใช้วิธีแบ่งยอดหรือเปิดหลายชื่อเพื่อเลี่ยง เพราะกรมสรรพากรมีข้อมูลจากหลายทาง ทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและแอปเดลิเวอรีที่มีหน้าที่ส่งข้อมูลรายได้ร้านค้า การวางแผนที่ปลอดภัยกว่าคือยอมรับว่าจะถึงเกณฑ์ แล้วเตรียมราคาขายกับระบบเอกสารไว้ล่วงหน้า
คำถามที่พบบ่อย
รายได้ 1.8 ล้าน นับจากยอดขายหรือกำไร
นับจากรายรับหรือยอดขายทั้งหมด ไม่ใช่กำไร ร้านที่มียอดขาย 2 ล้านบาทแต่กำไรแค่ 300,000 บาทก็เข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียน
ขายผ่านแอปเดลิเวอรี ยอดที่นับคือยอดก่อนหรือหลังหัก GP
โดยหลักคือมูลค่าที่ขายให้ลูกค้า ไม่ใช่ยอดสุทธิที่แพลตฟอร์มโอนเข้าบัญชีหลังหักค่าคอมมิชชันแล้ว รายละเอียดของแต่ละรูปแบบสัญญาอาจต่างกัน ควรให้ผู้ทำบัญชีดูสัญญากับแพลตฟอร์มของคุณโดยตรง
จด VAT แล้วต้องขึ้นราคา 7% ทุกเมนูไหม
ไม่จำเป็น คุณเลือกได้ว่าจะรับภาระส่วนนี้เองบางเมนูเพื่อรักษาราคาที่ลูกค้าคุ้นเคย หรือขึ้นเฉพาะเมนูที่กำไรบาง สิ่งที่ต้องทำคือคำนวณกำไรต่อจานใหม่หลังหัก VAT ก่อนตัดสินใจ